อ่านเกมสมุนไพรวังพรม เล่นใหญ่ ฉลอง 30 ปี เปิดตัวพรีเซนเตอร์ตัวตึง ณเดชน์ คูกิมิยะ - MarketThink
เพราะนอกจากความฮอตของณเดชน์ ตัวตนของเขายังตรงกับดีเอ็นเอของแบรนด์เป็นอย่างมาก
ว่าแต่ดีเอ็นเอที่ว่าคืออะไร MarketThink ชวนไปหาคำตอบพร้อมกัน..
อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า ปีนี้ สมุนไพรวังพรมจะครบรอบ 30 ปี
ดังนั้นเพื่อฉลองโอกาสนี้ ทางแบรนด์เลยตั้งใจขยี้ Slogan ที่สะท้อน Attitude ของแบรนด์ที่ว่า “ตัวตึงต้องได้ไปต่อ” ให้จับต้องได้มากขึ้น
คำว่า “ตัวตึง” ของสมุนไพรวังพรม นอกจากจะหมายถึง อาการเส้นยึด ปวดเมื่อย จากการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคปัจจุบัน จนทำให้หลายคนวางใจใช้ผลิตภัณฑ์ของสมุนไพรวังพรมที่ยืนหนึ่งในการบรรเทาอาการปวดเมื่อย ไปจนถึงอาการวิงเวียนหรือถูกแมลงกัดต่อย
คำว่า “ตัวตึง” ยังเป็นการเล่นคำ ที่หมายถึง ตัวจริงในการใช้ชีวิตหรือสายอาชีพต่าง ๆ
เช่น ตัวจริงในวงการแม่ค้า ต่อให้จะเจออะไรมากมาย ก็ยังสามารถใช้ชีวิตไปต่อได้อย่างไม่สะดุด
หรือตัวจริงในวงการนักกีฬา ที่ต่อให้ต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ก็ยังสามารถแข่งขันจนถึงเส้นชัยได้ในที่สุด
ซึ่งก็สะท้อนกับแบรนด์สมุนไพรวังพรม ที่เป็นตัวตึง ตัวจริงในวงการสมุนไพร ที่ให้กำเนิดยาหม่องสมุนไพรสูตรแรก ตั้งแต่ปี 2538
วังพรม มีจุดเริ่มต้นจากคุณประนอม วังพรม หรือ แม่ติ๋ว จุดประกายไอเดียทำธุรกิจจากการนำภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ที่สืบทอดอย่างยาวนาน มาต่อยอดและช่วยเหลือคนที่มีความทุกข์จากการปวดเมื่อย
ด้วยการคัดสรรสินค้าจําพวกยาหอม นํ้ามันคลายเส้น จากวัดโพธิ์ มาขายที่หน้าวัดไร่ขิง นครปฐม
แต่ขายไปขายมา ก็เริ่มเห็น Pain Point ของคนที่มีอาการปวดเมื่อย มักต้องใช้อุปกรณ์มากมายในการบรรเทาอาการ ทั้งกินยาหรือนวดประคบ จึงมีไอเดียว่า หากสามารถนําสรรพคุณอันยอดเยี่ยมของสมุนไพรไทย ที่อยู่ในลูกประคบ มาอยู่ในรูปแบบยาหม่องได้คงดีไม่น้อย
ด้วยประสบการณ์เหล่านี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อย ภายใต้รูปแบบที่ใช้ง่าย พกพาง่าย และสะดวกสบายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น และทำให้ในปี 2538 ยาหม่องสูตรแรกได้ถูกคิดค้นขึ้น นั่นคือ “ยาหม่องผสมไพล”
โดยวิธีการทำการตลาดของแม่ติ๋วช่วงแรก คือ เมื่อลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้าน แม่ติ๋วก็จะแถมให้ไปลองใช้
เพราะมั่นใจในคุณภาพและสรรพคุณที่เห็นผลของยาหม่องตัวนี้ จะทำให้ลูกค้าติดใจ จนเกิดการอยากซื้อมาใช้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้จะพัฒนายาหม่องสูตรแรกสำเร็จ แต่เพราะเข้าใจดีว่า อาการปวดเมื่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม่ติ๋วจึงไม่หยุดที่จะคิดค้นและพัฒนาสูตรใหม่ ๆ จนนำมาสู่ “ยาหม่องผสมเสลดพังพอน” เป็นเจ้าแรกในประเทศ ในปี 2540 หลังจากนั้น ก็มีผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรออกสู่ท้องตลาดอีกมากมาย
แต่ที่น่าภาคภูมิใจ ไม่เพียงแค่ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยที่วังพรมตั้งใจถ่ายทอด แต่รวมไปถึงความทุ่มเทและใส่ใจ ทำให้วังพรมสามารถคว้ารางวัลระดับ 5 ดาวจากกระบวนการคัดสรรสุดยอด หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย (OTOP) หรือ OPC ของจังหวัดนครปฐม และของภาคกลาง ในประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารและยา (ยาทาภายนอก)
นับเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพ และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานสากลในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน จนได้รับเครื่องหมายการันตีมาตรฐาน ทั้งไทยและสากล
ทำให้สินค้าได้รับมาตรฐาน GMP/PICs ซึ่งเป็นมาตรฐานส่งออกสูงสุด แบรนด์วังพรมจึงสามารถส่งออกสินค้าจำหน่ายได้ทั่วโลก และกลายเป็นแบรนด์สมุนไพรที่ร้านนวดไทยทั่วโลกเลือกใช้ หรือแม้แต่ร้านขายสินค้าเอเชียในต่างประเทศก็พบเจอสินค้าวังพรมได้
ปัจจุบันสินค้าภายใต้แบรนด์สมุนไพรวังพรม มีหลากหลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นประเภทยาสำหรับนวด ได้แก่ ยาหม่องสมุนไพรวังพรม 8 สูตร คิดค้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย มาด้วยเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ นุ่มเนียน และเย็นสบาย ปลอบประโลมผิวได้อย่างดี
อีกทั้งยังมียาน้ำมันสมุนไพรวังพรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ผู้ใช้ให้ฉายาว่า “ที่สุดของการนวดคลายเมื่อย ต้องยาน้ำมันสมุนไพรวังพรม”
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ประเภทยาสำหรับดม มาพร้อมขวดสีเขียวเข้ม ดีไซน์เก๋มีตะแกรงกั้น ไม่หกเมื่อต้องพกพาหรือใช้งาน
จุดเด่นคือ กลิ่นที่ไม่เหมือนใคร หอมสมุนไพรเข้ม สามารถบรรเทาอาการวิงเวียน หายมึนได้เมื่อใช้
อย่างไรก็ตาม แม้แบรนด์จะติดตลาด แต่เพื่อการสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน และครองใจคนทุกเจน
สมุนไพรวังพรมยังคงเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการทำการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เมื่อปีที่แล้ว แบรนด์ยังสร้างสีสันด้วยการเปิด
บูทในเทศกาลกินเจบรรทัดทอง Amazing J Fest 2 ในธีมงาน Light The Town Up เมื่อวันที่ 3-11 ตุลาคม 2567 ซึ่งจัดบริเวณสวนหลวงสแควร์-บรรทัดทอง
โดยงานนี้ แทนที่แบรนด์วังพรมจะเน้นสร้าง Brand Awareness จากคนที่ผ่านไปผ่านมา แบรนด์ยังจุดกระแส ด้วยการชูแลนด์มาร์กยาดมยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรียกว่าเป็นอีกกิมมิคที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี
และเร็ว ๆ นี้ สมุนไพรวังพรม ยังเตรียมเล่นใหญ่อีกครั้ง ด้วยการนําขวัญใจมหาชนอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ ผ่านหนังโฆษณาฉลองความสําเร็จครบรอบ 30 ปี
เหตุผลที่เลือก ณเดชน์ แน่นอนว่า อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า วังพรมไม่ได้ตัดสินใจเลือกณเดชน์แค่เพราะความดัง แต่คิดมาอย่างดีว่า ณเดชน์คือ คนที่มีตัวตนและไลฟ์สไตล์ที่สอดคล้องกับแบรนด์อย่างแท้จริง
นอกจากจะเป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีความติดดิน เป็นกันเอง ในฐานะนักแสดง ณเดชน์ยังเป็นตัวจริงในการทำงาน เหมือนกับแบรนด์วังพรมที่จริงจังเรื่องสมุนไพร จนได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวตึงของวงการ
นอกจากนี้ ณเดชน์ยังเป็นตัวตึงในเรื่องการออกกำลังกาย
ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ที่มองหาสินค้าของวังพรมเพื่อเป็นตัวช่วย
ที่สำคัญ ต่อให้เป็นตัวตึง ก็เข้าถึงง่าย เหมือนกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์วังพรม ที่เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย และครองใจคนทุกเจน หาซื้อได้ตามบู๊ทส์, วัตสัน, เซเว่น อีเลฟเว่น, บิ๊กซี และร้านขายยาทั่วไป นั่นเอง
ใครที่อยากเห็นว่า ความเป็นตัวตึงของณเดชน์ จะเบลนด์เข้ากับความเป็นตัวตึงของสมุนไพรวังพรมให้ออกมาน่าสนใจอย่างไร ต้องรอติดตาม..
ที่มา: https://www.facebook.com/share/153Zdm7LED/