"วังพรม" สมุนไพรไทย...พร้อมบุกตลาดโลก

"วังพรม" สมุนไพรไทย...พร้อมบุกตลาดโลก

หากจะเอ่ยถึง “สมุนไพรไทย” ปัจจุบันถือเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้การยอมรับมากขึ้น เนื่องมาจากส่วนผสมหลักจะเป็นผลผลิตที่ได้จากธรรมชาติ อาทิ พืช สัตว์ และแร่ธาตุ ที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหรือบำรุงร่างกายได้

แน่นอน ด้วยความเป็นของที่ได้จากธรรมชาติ ผู้ใช้ก็จะรู้สึกถึงความปลอดภัย ซึ่งเทรนด์ของโลกในปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใส่ใจดูแลตนเองมากขึ้น

บวกกับนวัตกรรมในยุคนี้ก็ช่วยพัฒนาให้วงการสมุนไพรไทยพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น จากภาพจำแบบเดิมๆที่สมุนไพรก็จะสามารถนำมาใช้รักษาได้ ต้องผ่านกระบวนการยุ่งยากมากมาย

Business On My Way สัปดาห์นี้ขอพาท่านผู้อ่านไปรู้จักแบรนด์สมุนไพรสายเลือดไทยแท้กับ “สมุนไพรวังพรม” ที่วันนี้ธุรกิจเดินทางก้าวสู่ปีที่ 24 ส่งต่อเจเนอเรชันที่ 2 “คุณวัชรีภรณ์ วังพรม” หรือคุณแต๊ว ที่วันนี้ก้าวมารับหน้าที่กรรมการบริหาร บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด

คุณแต๊ว เล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจคือคุณพ่อเป็นผู้บุกเบิก เนื่องจากมีความสนใจในเรื่องสมุนไพร ทำให้ตัดสินใจลองทำธุรกิจนี้ซึ่งปัจจุบันก็โอนถ่ายส่งต่อให้รุ่นลูกดำเนินธุรกิจต่อ โดยหลังจากได้รับไม้ต่อ แต๊วก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาให้สมุนไพรเข้ามาใกล้ชิดผู้บริโภคมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบัน “สมุนไพรวังพรม” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้าน และผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตต่างๆ อาทิ มาตรฐาน CODEX GMP คือระบบรับรองกระบวนการผลิตที่ดี เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก มาตรฐานการผลิตยาโบราณตามสุขลักษณะที่ดี (GMP) ใบรับรองเครื่องหมายฮาลาล และตรารับรองคุณภาพมาตรฐานโลก T Mark กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น นอกจากการสร้างมาตรฐานผ่านการรับรองระบบสากลแล้ว ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังใส่ใจเรื่องบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยน่าใช้งาน

และเมื่อถามถึงทิศทางของตลาดสมุนไพรในเวลานี้เป็นอย่างไรบ้าง คุณแต๊ว ก็ไม่รีรอที่จะตอบ โดยเล่าว่า แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในปี 2562 ยังคงสดใสและมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง ส่วนสำคัญเป็นผลมาจากผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพ หันมามุ่งเน้นอุปโภคบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่มสมุนไพรไทย

ซึ่งดูได้จาก Euromonitor-Herbal/Traditional Products in Thailand ได้ประเมินว่าภายในปี 2564 มูลค่าตลาดสมุนไพรไทยในประเทศ จะขยายตัวแตะมูลค่า 56,900 ล้านบาท (ข้อมูลจากwww.euromonitor.com) ขณะที่ตัวเลขการส่งออกสมุนไพรและสารสกัดในแต่ละปี ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่ามีมูลค่าสูงถึงปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท

“ปีนี้สมุนไพรวังพรมมีแผนเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเล็งขยายฐานไป กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (CLMV) อีกทั้งกำลังศึกษาลู่ทางบุกตลาดจีน เกาหลีใต้ และยุโรป ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดและกฎหมายแต่ละประเทศ รวมถึงเพิ่มการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น โดยในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สามารถเพิ่มยอดขายได้มากกว่าปีละ 17%”

คุณแต๊ว เล่าว่า หากสามารถผลักดันการส่งออกไปตลาดต่างประเทศได้ตามเป้าหมาย เชื่อว่าแบรนด์จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจุดเด่นของผลิตภัณฑ์สมุนไพรวังพรม คือการใช้สมุนไพรในท้องถิ่นมาผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน มาผลิตเป็นยารักษาโรค

สำหรับด้านผลิตภัณฑ์ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม คือกลุ่มยาดม,ยาสมุนไพร, ยาแคปซูล, กลุ่มของใช้ส่วนตัว, กลุ่มของชำร่วย และกลุ่มยาสำหรับนวดซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะ “ยาหม่องสูตรเสลดพังพอน” และ “ยาหม่องสูตรไพล” ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยปัจจุบันถือเป็น 1 ใน 5 ผู้นำตลาดยาหม่องในประเทศ ซึ่งกลุ่มยานวดนี้ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ติดใจจากประสบการณ์ตรง หลังเข้ารับบริการร้านนวดแผนไทย จนเกิดเป็นกระแสบอกกันปากต่อปาก

คุณแต๊ว เล่าว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายเพิ่มขึ้น 17% แบ่งเป็นในประเทศ 85% และต่างประเทศ 15% ซึ่งสมุนไพรวังพรมจะไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดและมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถขยายการส่งออกได้มากขึ้น คาดว่าจะสามารถช่วยดันยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 50% ภายในระยะเวลา 5 ปี งานนี้ใครอยากสนับสนุนแบรนด์คนไทย ที่นำสมุนไพรไทยมาพัฒนาต่อยอด ก็ไปหาซื้อกันได้ที่ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านขายยาชั้นนำ หรือเข้าไปดูและสั่งซื้อในเพจเฟซบุ๊ก สมุนไพรวังพรม Wangpromherb กันได้เลย!!!